เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง ป.ป.ส. ตั้งโต๊ะแถลงกรณี วัดท่าพุฯ ชี้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว

เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง ป.ป.ส. ตั้งโต๊ะแถลงกรณี วัดท่าพุฯ ชี้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว

เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง ป.ป.ส.ตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณี วัดท่าพุฯ ที่มีการระบุว่ามีการทำร้ายและเก็บเงินผู้เข้าบำบัด ล่าสุดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้ว  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเกี่ยวข้องกับกรณีของ ศูนย์บำบัดวัดท่าพุฯ ที่ถูกร้องเรียนโดยประชาชนว่ามีการเก็บเงิน รวมถึงมีการซ้อมทำร้ายร่างกายผู้บำบัดนั้น

โดยทาง ป.ป.ส. ระบุว่า จากกรณีประชาชนร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 

ที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายรายหนึ่งที่เข้ารับการบำบัดว่า มีการถูกซ้อมทรมาน ให้ทำสัญญาและเรียกเก็บเงิน และศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่

สำนักงาน ป.ป.ส. ขอชี้แจงว่า หลังจากที่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆในจังหวัด โดยทราบว่า ศูนย์สงเคราะห์ดังกล่าวได้ยื่นเรื่องการขอจัดตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการจัดตั้งสถานพยาบาลประเภทฟื้นฟูสมรรถภาพ ปี 2555 โดยวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลประเภทสถานฟื้นฟู ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2555 ให้รับผู้บำบัดยาเสพติดได้ 50 คน ต้องจัดให้มีพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขอย่างน้อย 1 คนในการดูแลสุขภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วันๆ ละ อย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่ขณะนี้ มีผู้บำบัดมากกว่า 200 คน ซึ่งการบำบัด การจ่ายยารักษาเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งการควบคุมดูแลสถานที่ให้ถูกตามหลักอนามัยและความปลอดภัย

แม้ว่าทาง ป.ป.ส. จะมีอำนาจหน้าที่หลักในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด แต่เรื่องของการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดจะเป็นการดูแลและกำกับควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด ป.ป.ส. จะมีหน้าที่รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ด้านการบำบัดรักษา ประสาน กำกับ ควบคุม และร่วมอำนวยการเพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบหลัก นำนโยบาย ยุทธศาสตร์ ด้านการบำบัดรักษาไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และประสานสนับสนุนติดตามการดำเนินงานทั้งภายในและระหว่างประเทศเท่านั้น

เช็คที่นี่ มาตรการช่วยค่าไฟ ค่าน้ำประปา ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่ม ต.ค. นี้

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมผู้มีบัตรฯ ให้สามารถได้รับประโยชน์จากมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา (มาตรการฯ) ดังกล่าวให้มากขึ้น ระยะเวลาดำเนินมาตรการ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนกันยายน 2565 (ระยะเวลา 12 เดือน) โดยมีการปรับเปลี่ยนหลักการของมาตรการฯ ดังนี้

1) ค่าไฟฟ้า ปัจจุบันประชาชนทั่วไปจะได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าจากมาตรการของรัฐบาล โดยการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีเงื่อนไขว่า หากประชาชนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะได้รับสิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี ดังนั้น ภายใต้มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีบัตรฯ จะเป็นกรณีที่ผู้มีบัตรฯ ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน โดยจะได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด (จากเดิมสนับสนุนวงเงิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน) สำหรับผู้มีบัตรฯ ที่ไม่เคยใช้สิทธิค่าไฟฟ้ามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ สามารถไปลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ พร้อมทั้งแสดงบัตรฯ

2) ค่าน้ำประปา สนับสนุนค่าน้ำประปาวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาท โดยผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาทั้งหมด (จากเดิมสนับสนุนวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท ผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาทั้งหมด) สำหรับผู้มีบัตรฯ ที่ไม่เคยใช้สิทธิค่าน้ำประปามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งแสดงบัตรฯ

ทั้งนี้ ผู้มีบัตรฯ ต้องนำใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าและใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาไปชำระเงินที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค โดยทุกสิ้นเดือนการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค จะส่งบันทึกรายชื่อผู้มีบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาภายใต้วงเงินที่กำหนดให้กรมบัญชีกลาง เพื่อที่กรมบัญชีกลางจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมมาจ่ายคืนผ่านบัตรฯ ในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านเครื่อง EDC แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้ เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง